ปอร์เช่ 911 ทาร์กา ใหม่ (The new Porsche 911 Targa) เจเนอเรชันที่ 8 ของรถสปอร์ตเปี่ยมเอกลักษณ์ระดับตำนาน

หรูหรา สง่างาม โดดเด่นไร้ที่เปรียบ: ปอร์เช่ 911 ทาร์กา ใหม่ (The new Porsche 911 Targa)

The new Porsche 911 Targa

สตุ๊ทการ์ท. ปอร์เช่พร้อมนำเสนอยนตรกรรมสปอร์ตสายพันธุ์แท้รูปแบบตัวถังลำดับที่ 3 ภายในช่วงฤดูร้อนนี้: หลังจาก ความร้อนแรงของรุ่นตัวถัง 2 ประตูคูเป้  (Coupé)  และตัวถังเปิดประทุนคาบริโอเล็ต (Cabriolet) ทายาทรุ่นล่าสุดของ อนุกรม 911 ใหม่ (The new Porsche 911) เปิดตัวตามติดมาอย่างทันท่วงทีด้วยรถสปอร์ตขับเคลื่อน 4 ล้อ ปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 (Porsche 911 Targa 4) และ 911 ทาร์กา  4 เอส (911 Targa 4S) ยังคงรักษาเอกลักษณ์อัน แตกต่างด้วยนวัตกรรมสุดล้ำของตัวถังทาร์กา (Targa) ติดตั้งระบบหลังคาอัตโนมัติควบคุมการทำงานของหลังคาประทุน ที่มีสไตล์โดดเด่นเหนือระดับเฉกเช่นเดียวกับปอร์เช่ ทาร์กา (Porsche Targa) รุ่นปี 1965 แนวหลังคาทรงโค้งที่สามารถ เปิดรับสัมผัสแห่งธรรมชาติได้บริเวณเบาะนั่งคู่หน้าทอดตัวโอบล้อมครอบคลุมจรดบานกระจกบังลมหลังสั่งการเปิดและ ปิดได้อย่างสะดวกสบายภายในระยะเวลาอันรวดเร็วเพียง 19 วินาทีเท่านั้น

The new Porsche 911 Targa

ประจำการด้วยขุมพลังเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 6 สูบนอน ขนาดความจุ 3.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่: ปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 (Porsche 911 Targa 4) มีพละกำลังสูงสุด 385 แรงม้า (283 กิโลวัตต์) เมื่อติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ ชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono package  ให้อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปยังระดับความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลา 4.2 วินาที ซึ่งเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 10% สำหรับปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 เอส (Porsche 911 Targa 4S) ยกระดับความแรงขึ้นอีกด้วยกำลังสูงสุดถึง 450 แรงม้า (331 กิโลวัตต์) อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.6 วินาที หรือเร็วขึ้นถึง 40% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นที่ผ่านมา ในส่วนความเร็วสูงสุด ปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 (Porsche 911 Targa 4) ทำได้ที่ 289 กิโลเมตรตร่อชั่วโมง (เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ขณะที่รุ่น 4 เอส (4S) สามารถทะยานทะลุพิกัดความเร็วสูงสุดได้ถึง 304 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

ยนตรกรรมสปอร์ตเปิดหลังคาสไตล์เฉียบทั้ง 2 รุ่น ติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัทช์คู่ (PDK) 8 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา all-wheel drive Porsche Traction Management (PTM) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มั่นใจในสุดยอดสมรรถนะที่จะเปิดประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ เทคโนโลยีล้ำสมัยมากมายอัดแน่นอยู่ในปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ทั้ง 2 รุ่น รองรับอรรถประโยชน์สูงสุดในการใช้งานประจำวันด้วยฟังก์ชัน Smartlift ตั้งค่าระดับความสูงใต้ท้องรถเพื่อตอบสนองต่อการเดินทางได้อย่างสมบูรณ์แบบพบกับอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษมากมายจาก Porsche Tequipment และสร้างสรรค์ยนตรกรรม ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของคุณด้วยชุดแต่งจาก Porsche Exclusive Manufakturปอร์เช่มุ่งมั่นนำเสนอผลงานที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างชิ้นงานสไตล์คลาสสิคการออกแบบที่ท้าทาย ทุกข้อจำกัดของกาลเวลาและขีดสุดแห่งนวัตกรรมเทคโนโลยีชั้นเลิศหลอมรวมกันเป็น 911 ทาร์กา (911 Targa) เปิดตัวอย่างเป็น ทางการครั้งแรกในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้

911 Targa

ขุมพลังบ็อกเซอร์เทอร์โบคู่ ประสิทธิภาพสูง

เช่นเดียวกันกับปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (Porsche 911 Carrera) 911 ทาร์กา (911 Targa) ทั้ง 2 รุ่นได้รับการ ยกระดับสมรรถนะเพิ่มขึ้น นั่นคือ การติดตั้งเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 6 สูบนอน เทอร์โบชาร์จ ความจุ 3.0 ลิตร รองรับทุกการขับขี่ทั้งในด้านของประสิทธิภาพ และการใช้งานประจำวัน ทั้งนี้ เครื่องยนต์ของ 911 ทาร์กา 4 (911 Targa 4) ให้พละกำลังสูงสุด 385 แรงม้า (283 กิโลวัตต์) ที่ 6,500 รอบต่อนาทีหรือเพิ่มขึ้น 15 แรงม้า (11 กิโลวัตต์) เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร พร้อมให้เรียกใช้งานที่รอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,950 จนถึง 5,000 รอบต่อนาที ในขณะที่ 911 ทาร์กา โฟร์ 4 (911 Targa 4S) ให้พละกำลังมหาศาลกว่า 450 แรงม้า (331 กิโลวัตต์) หรือมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 30 แรงม้า (22 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดกว่า 530 นิวตันเมตร (เพิ่มขึ้น 30 นิวตันเมตร) ที่รอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 2,300 จนถึง 5,000 รอบต่อนาที

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ allwheel drive เพื่อการขับเคลื่อนสมบูรณ์แบบ

มั่นใจในการถ่ายทอดสมรรถนะลงสู่พื้นถนน ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ทั้งในส่วนของเพลาขับหน้าชุดคลัทช์และเฟืองท้ายซึ่งมีการระบายความร้อนด้วยน้ำและเสริมความแข็งแกร่งให้กับแผ่นจาน คลัทช์ภายใน เพื่อความนุ่มนวลในการส่งกำลัง รวมทั้งความทนทานในการรับภาระที่เพิ่มขึ้น ชุดคลัทช์ของเพลาขับหน้า ได้รับการปรับแต่งให้รองรับแรงบิด พร้อมส่งต่อได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ นอกจากนี้ ระบบ Porsche Traction Management (PTM) ยังเข้ามารับหน้าที่ควบคุมการกระจายแรงบิดของเพลาขับหน้า ให้มีความเหมาะสมในทุกสภาพเส้นทาง

ระบบช่วงล่างที่ให้ทั้งความนุ่มนวลและความปลอดภัย 

ระบบควบคุมการทำงานของโช้คอัพด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Porsche Active Suspension Management (PASM) คือหนึ่งในอุปกรณ์มาตรฐานประจำตัวของปอร์เช่ 911 ทาร์กา ใหม่ (The new Porsche 911 Targa) ระบบดังกล่าวจะทำการปรับตั้งอัตราการตอบสนองของโช้คอัพโดยคำนึงถึงการขับขี่ที่นุ่มนวลและสมรรถนะการบังคับควบคุม ไปพร้อมกันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้นสามารถเลือกรูปแบบได้ถึง 2 ลักษณะ คือ Normal และ Sport ในส่วนของระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) ซึ่งรวมอยู่ในชุดเฟืองท้าย electronic rear differential lock สามารถกระจายแรงบิดที่ส่งไปยังล้อขับเคลื่อนได้อย่างอิสระแน่นอนว่านี่เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์มาตรฐานที่ได้รับการติดตั้งลง ในรุ่น ทาร์กา 4 เอส (Targa 4S) และเป็นอุปกรณ์พิเศษที่สามารถสั่งติดตั้งเพิ่มเติมได้ในรุ่น ทาร์กา 4 (Targa 4) นอกจากนี้ ทาร์กา (Targa) ทุกรุ่น ล้วนได้รับการติดตั้งระบบ Porsche Wet mode เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เช่นเดียวกับ 911 เจอเนอเรชันที่ 8 ทุกคัน เซนเซอร์ของระบบดังกล่าวภายในซุ้มล้อหน้า ทำหน้าที่ตรวจจับปริมาณน้ำที่ขังอยู่บนพื้นถนน ในกรณีที่ปริมาณน้ำมีมากจนส่งผลต่อการบังคับควบคุม ผู้ขับขี่จะได้รับสัญญาณเตือนและคำแนะนำให้เปลี่ยนรูปแบบ การขับขี่ไปยัง Wet mode การตอบสนองของตัวรถจะปรับสภาวะต่างๆ เข้าสู่ระดับที่เน้นเสถียรภาพ และการยึดเกาะสูงสุด

ประสิทธิภาพการขับขี่สไตล์สปอร์ตของปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 (Porsche 911 Targa 4) ส่วนหนึ่ง จากยางรถยนต์สมรรถนะสูงขนาด 235/40 ZR บนล้ออัลลอยด์คู่หน้าขนาด 19-นิ้ว และยางขนาด 295/35 ZR บนล้อคู่หลังขนาด 20-นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ รุ่น โฟร์ เอส (4S) ติดตั้งยางขนาด 245/35 ZR บนล้อคู่หน้า 20-นิ้ว และยาง 305/30 ZR บนล้อคู่หลัง 21 นิ้ว ในส่วนของระบบเบรก รุ่น ทาร์กา 4 (Targa 4) สยบความเร็ว ด้วยจานเบรกคู่หน้าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 330-มิลลิเมตร พร้อมคาลิเปอร์เบรกโมโนบล็อก 4 ลูกสูบ สีดำ และปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 เอส (Porsche 911 Targa 4S) ประจำการด้วยคาลิเปอร์เบรกสีแดง ขนาด 6 ลูกสูบ ในล้อคู่หน้า และ 4 ลูกสูบในล้อคู่หลัง ประกบกับจากเบรกขนาดมหึมา เส้นผ่านศูนย์กลาง 350 มิลลิเมตร และยังสามารถเลือกสั่งติดตั้งระบบ Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB) เป็นอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมได้ตามต้องการ

หลังคาทาร์กา (Targa) สุดยอดงานออกเเบบเรียบหรู ท้าทายกาลเวลา

รูปทรงภายนอกของปอร์เช่ 911 ทาร์กา (Porsche 911 Targa) ยังคงสะท้อนบุคลิกภาพงานออกแบบเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัวของรหัสตัวถังเจเนอเรชันที่ 8 รหัสตัวถัง 992 เอาไว้อย่างครบถ้วนเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าเห็นได้ชัดถึง แนวโค้งของซุ้มล้อรวมทั้งไฟหน้าแบบ LED ที่โดดเด่นยิ่งขึ้นเส้นสายของฝากระโปรงที่ดำเนินรอยตามงานออกเเบบดั้งเดิม จากปอร์เช่ 911 (Porsche 911) รุ่นแรกตัวถังด้านท้ายขยายกว้างขึ้นสร้างสัมผัสทางสายตาที่หลากหลายด้วยสปอยเลอร์ หลังที่ซ่อนตัวแนบสนิทกลมกลืนกับแผง light bar หรูหรามีระดับส่วนประกอบของตัวถังทุกจุดผลิตขึ้นด้วยวัสดุอะลูมิเนียม เว้นไว้แค่เพียงชิ้นส่วนตัวถังด้านหน้าและด้านท้ายเท่านั้น

การตกแต่งภายในห้องโดยสาร แสดงออกถึงความเป็นยนตรกรรมสปอร์ตสายพันธุ์แท้ของปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (Porsche 911 Carrera) โดยไม่มีขาดตกบกพร่อง ด้วยเส้นสายที่ชัดเจน สะอาดตา ไม่ว่าจะเป็นแผงคอนโซลหน้าหรือการจัดวาง ตำแหน่ง อุปกรณ์ต่างๆ และนี่คืออีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ได้รับสืบทอดมาจากปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ตั้งแต่ยุค 1970s แผงหน้าปัทม์ที่มีมาตรวัดรอบการทำงานของเครื่องยนต์อยู่บริเวณกึ่งกลางเอกลักษณ์ประจำตัวของปอร์เช่ทุกรุ่นประกบ  ด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ทั้ง 2 ฝั่งชุดสวิทช์ควบคุมจำนวน 5 ปุ่มอำนวยความสะดวกในการสั่งงานฟังก์ชันที่สำคัญ ของตัวรถติดตั้งบริเวณด้านล่างของหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 10.9 นิ้ว ซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบความ บันเทิงและติดต่อสื่อสาร Porsche Communication Management (PCM)

เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่วงการยนตรกรรมสปอร์ต ตั้งแต่ปี 1965

ปอร์เช่ 911 ทาร์กา 2.0 (Porsche 911 Targa 2.0 )  รุ่นปี 1965 นับเป็นรถสปอร์ตผู้บุกเบิกแนวทางใหม่ให้แก่วงการยานยนต์ ด้วยทิศทางการทำตลาดที่พิจารณาในแง่ของ “รถเปิดประทุนที่มีความปลอดภัยสูง ด้วยการปกป้องจาก anti-roll bar” นั่นคือต้นกำเนิดของ ทาร์กา (Targa) รถสปอร์ตเปิดหลังคารูปลักษณ์ใหม่ และหลังจากการปรากฎตัวของรถยนต์คัน นี้ไม่นาน แนวคิดในการพัฒนาดังกล่าว ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ และสไตล์การออกแบบที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ตราบจน ปัจจุบันปอร์เช่ยังคงมุ่งมั่นที่จะผสมผสานความยอดเยี่ยม 2 ประการเอาไว้ใน 911 ทาร์กา (911 Targa): นั่นคือความ อิสระเสรีเมื่อโลดแล่นไปบนรถสปอร์ตเปิดประทุนพร้อมกับอรรถประโยชน์ในการใช้งานประจำวันและความปลอดภัย       เช่นเดียวกับรถคูเป้หลังคาแข็ง

ปรากฎโฉมครั้งแรกของโลก ผ่านช่องทางออนไลน์ 9:11 Magazine web TV channel

นับเป็นครั้งแรกของบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตสัญชาติเยอรมันสำหรับการเปิดตัวปอร์เช่ 911 ทาร์กา (Porsche 911 Targa) สู่สายตา สาธารณชนทั่วโลกอย่างเป็นทางการ ผ่านช่องทาง  web TV ของตนเอง โอกาสนี้ Dr. Frank-Steffen Walliser รองประธานกรรมการบริหาร ผู้กำกับดูแลส่วนงานรถสปอร์ต 911 และ 718 รับหน้าที่อธิบายรายละเอียดต่างๆ ของอุปกรณ์ ที่ได้รับการติดตั้งขึ้นใหม่ในตัวรถ เคียงข้างกับ Porsche Brand Ambassadors นักเทนนิสหญิงผู้มีชื่อเสียง Maria Sharapova  และนักแข่งรถมืออาชีพ Jörg Bergmeister รับชมได้ที่ https://911-magazine.porsche.com

ราคาจำหน่าย

ปอร์เช่ 911 ทาร์กา ใหม่ (The new Porsche 911 Targa)  พร้อมรับคำสั่งซื้อเเล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม ปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเเละอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้รับการตรวจสอบตาม มาตรฐานสากล ที่สอดคล้องกับวิธีการ Light Vehicle Test Procedure (WLTP) ล่าสุด สำหรับค่าอัตราการบริโภคน้ำมัน เชื้อเพลิงเฉลี่ยตามมาตรฐาน NEDCที่ระบุในบทความนี้ใช้อ้างอิงได้เฉพาะสภาพการทดสอบในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับค่าการตรวจวัดอัตราบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยของ NEDC ที่ได้จากวิธีการอื่นใด ก่อนหน้าการทดสอบนี้

The style icon among the 911 models enters its eighth generation

Elegant, extravagant and unique: the new Porsche 911 Targa

Stuttgart. Porsche completes its sports car trio in time for summer: following on from the Coupé and Cabriolet, the third body variant of the new 911 generation now makes its debut with the all-wheel drive 911 Targa 4 and 911 Targa 4S models. The distinguishing feature of the Targa remains its innovative, fully automatic roof system and, just like the legendary original Targa model from 1965, it features a characteristic wide roll hoop, a movable roof section above the front seats and a wraparound rear window. The roof can be comfortably opened and closed in just 19 seconds.


It is powered by a six-cylinder, three-litre boxer engine with twin turbochargers: the 911 Targa 4 now delivers 283 kW (385 PS) and, in combination with the optional Sport Chrono package, accelerates from zero to 100 km/h in just 4.2 seconds – one tenth faster than before. The engine in the 911 Targa 4S boasts 331 kW (450 PS) and reaches the 100 km/h mark in just 3.6 seconds under the same conditions – four tenths faster than its predecessor. Top speed of the 911 Targa 4 is 289 km/h (up two km/h), while the 4S peaks at 304 km/h (up three km/h).


Both sports cars are fitted with eight-speed dual-clutch transmission (PDK) and intelligent all-wheel drive Porsche Traction Management (PTM) as standard to deliver maximum driving pleasure. New technology has also been integrated to extend the range of features for both 911 models. Thanks to the enhanced Smartlift function, ground clearance can be programmed so that it is raised for everyday use. The list of options is supplemented by an extensive range from Porsche Tequipment and new personalisation options from Porsche Exclusive Manufaktur. Porsche will further extend the combination of traditional style elements, timeless design and cutting-edge technology in a special edition of the 911 Targa, which will make its debut in June.

Efficient biturbo boxer engine

Like the 911 Carrera models, both 911 Targa variants profit from the increase in power provided by the turbocharged three-litre six-cylinder boxer engines. Both performance and everyday usability benefit as a result. The engine in the 911 Targa 4 produces 283 kW (385 PS) at 6,500 rpm, which is 11 kW (15 PS) more than its predecessor. Maximum torque of 450 newton metres is delivered across a wide engine speed range of between 1,950 and 5,000 rpm. With 331 kW (450 PS), the 911 Targa 4S delivers 22 kW (30 PS) more output than its predecessor and generates maximum torque of 530 Nm (up 30 Nm) between 2,300 and 5,000 rpm.

Optimised allwheel drive for better traction

The enhanced performance of the new all-wheel drive models goes hand-in-hand with further development of the front-axle drive. The clutch and differential unit is water-cooled and has reinforced clutch discs for greater robustness and a higher load capacity. The increased actuating torque at the clutch improves its adjustment accuracy and the function of the additional front-axle drive. Overall, the enhanced front-axle drive with PTM (Porsche Traction Management) contributes to even better traction in all road conditions.

Further developed chassis for more comfort and safety 

The electronically controlled variable damping system PASM (Porsche Active Suspension Management) is part of the standard equipment on the new 911 Targa models. This system automatically adjusts the damping characteristics in terms of driving comfort and handling to each driving situation and has two manually adjustable maps, Normal and Sport. Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus), which includes an electronic rear differential lock with fully variable torque distribution, is added as standard equipment for the Targa 4S and is available as an option on the Targa 4. Like the other eighth generation Porsche 911 variants, the Targa models are also equipped with Porsche Wet mode as standard. Sensors fitted in the front wheel housings are capable of detecting water on the road surface and, if significant volumes of water are picked up, a signal in the cockpit provides a recommendation for the driver to manually switch to Wet mode. The drive responsiveness is then adapted to the conditions to guarantee maximum driving stability.

The driving dynamics setup for the 911 Targa 4 includes 235/40 ZR tyres on 19-inch alloy wheels on the front axle and 295/35 ZR tyres on 20-inch wheels on the rear axle. As standard, the 4S model is fitted with 245/35 ZR tyres on its 20-inch front wheels and 305/30 ZR tyres on its 21-inch rears. On the Targa 4, deceleration is taken care of on both axles by 330-millimetre brake discs with black four-piston monobloc fixed callipers. The red-painted brake callipers on the Targa 4S have six pistons at the front axle, four at the rear while its discs measure 350 mm front and rear. The Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB) can be ordered as an option.

911 Targa 4

Extravagant Targa design with a modern interpretation

The exterior of the 911 Targa is characterised by the design elements of its 992 model generation. Compared to its predecessors, its body features significantly more pronounced wheel housings at the front and, between its LED headlights, its bonnet has a distinctive recess evoking the design of the first 911 generations. Its rear is dominated by its wider, variably extending rear spoiler and seamlessly integrated, elegant light bar. With the exception of the front and rear sections, the entire outer skin is made from aluminium.

The interior echoes the 911 Carrera models and is characterised by the clear and straight lines of its dashboard and its recessed instruments. The 911 models from the 1970s provided the inspiration here. Alongside the central rev counter – very much a defining feature for Porsche – two thin, frameless freeform displays extend the information provided to the driver. A compact switch unit with five buttons for direct access to important vehicle functions is located below the 10.9-inch centre screen of the Porsche Communication Management (PCM).

The model for a new class of sports cars since 1965

The 1965 911 Targa 2.0 was a trailblazer for a whole new type of car. Originally marketed as a “safety cabriolet with anti-roll bar”, the Targa, with its detachable roof, soon established itself as an independent concept and indeed became a style icon. Right through to the present day, Porsche has continued to combine two worlds in the 911 Targa: the advantages of open-top driving in a cabriolet combined with the everyday comfort and safety of a coupé.

World premiere on 9:11 Magazine web TV channel

For the first time the sports car manufacturer unveils the new 911 Targa to a global audience on its own web TV channel. Dr. Frank-Steffen Walliser, Vice President Model Lines 911 and 718, explains the car’s new features along with Porsche Brand Ambassadors, tennis star Maria Sharapova and racing driver Jörg Bergmeister on https://911-magazine.porsche.com.

Prices

The new 911 Targa models can be ordered now. For more information, please contact Porsche Centers by AAS Auto Service.

Facebook Comments
Don`t copy text!