LOVING PABLO ปาโบล เอสโกบาร์ ด้วยรักและความตาย

LOVING PABLO

ปาโบล เอสโกบาร์ ด้วยรักและความตาย

กำหนดเข้าฉาย 28 มิถุนายน 2561

“เขาอยู่เหนือทุกสิ่ง ยกเว้นความรัก”

LOVING PABLO ปาโบล เอสโกบาร์ ด้วยรักและความตาย

ประเภท:                Biography, Crime, Drama

ความยาว:             127 นาที

ผู้กำกับ:                  เฟอร์นันโด เรยอง เดอรานัวร์ (A Perfect Day, Mondays in the Sun)

เขียนบท:               เฟอร์นันโด เรยอง เดอรานัวร์, เวอร์จิเนีย วาเยโฮ (ผู้แต่ง)

นักแสดง:               ฮาเวียร์ บาร์เด็ม (No Country for Old Men, Skyfall) เพเนโลเป้ ครูซ (Vicky Cristina Barcelona, Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides) ปีเตอร์ ซาร์สการ์ด (The Magnificent Seven)

เรื่องย่อ:            ปาโบล เอสโกบาร์ (ฮาเวียร์ บาร์เด็ม) “ราชาแห่งโคเคน” ผู้ครอบครองทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลติดอันดับโลก โดย 80% ของโคเคนทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาล้วนมาจากเขา และมันทำให้เขากลายเป็นอาชญากรที่โลกต้องการตัวมากที่สุด เวอร์จิเนีย วาเยโฮ (เพเนโลเป้ ครูซ) คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเขา เธอคือนักข่าวสาวผู้เป็นทั้งคนรักนอกสมรสและที่พึ่งทางใจให้กับเอสโกบาร์ ความสัมพันธ์ของทั้งสองได้นำไปสู่จุดเริ่มต้นของสงครามระหว่างแก๊งค์ค้ายาเสพติดที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในโลก กับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา จนนำไปสู่ตำนานที่เล่าขานกันมาจนถึงปัจจุบัน

“Loving Pablo” ถ่ายทอดเรื่องราวจุดเริ่มต้นและการล่มสลายของอาณาจักรโคเคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของ “ปาโบล เอสโกบาร์” ชายผู้เป็นทั้งโรบินฮูดและปีศาจร้าย สร้างจากหนังสือขายดีชื่อ “Loving Pablo, Hating Escobar” เขียนโดย เวอร์จิเนีย วาเยโฮ อดีตคนรักของเอสโกบาร์ ที่ตีแผ่เบื้องหลังของราชายาเสพติดที่โลกไม่เคยรู้ผ่านมุมมองที่จะทำให้คุณลืมทุกอย่างที่คุณรู้เกี่ยวกับชายคนนี้ นำแสดงโดยคู่สามีภรรยาเจ้าของรางวัลออสการ์ ฮาเวียร์ บาร์เด็ม (No Country for Old Men) และ เพเนโลเป้ ครูซ (Vicky Cristina Barcelona)

Official Trailer ซับไทย

https://youtu.be/dg1FVaxRL1U

การสร้างภาพยนตร์

“Loving Pablo” สร้างจากหนังสือขายดีของ เวอร์จิเนีย วาเยโฮ “Loving Pablo, Hating Escobar” นำแสดงโดย ฮาเวียร์ บาร์เด็ม รับบทเป็น ปาโบล เอสโกบาร์ และ เพเนโลเป้ ครูซ รับบทเป็น เวอร์จิเนีย วาเยโฮ สาวผู้มีสัมพันธ์ความรักกับเอสโกบาร์ และนำไปสู่การขู่ฆ่าจำนวนมาก หลังจากที่เธอเผยเรื่องราวของการคอรัปชั่นของรัฐบาลโคลอมเบีย บาร์เด็ม ผู้ซึ่งเป็นทั้งนักแสดงและผู้อำนวยการสร้างได้กล่าวว่าเขาได้ใช้เวลาหลายปีในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ “ผมเริ่มสนใจคนที่ชื่อ ปาโบล เอสโกบาร์ มาตั้งแต่ปี 1998 ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา หลายคนได้เสนอให้ผมรับบทเป็นเอสโกบาร์ แต่ผมก็ปฏิเสธพวกเขาทุกคน เพราะผมรู้สึกได้ว่าบทเหล่านั้นมันไม่มีอะไรที่แปลกใหม่”

ปาโบล เอสโกบาร์ เป็นบุคคลที่โด่งดังในช่วงปลายของศตวรรษที่ 20 เขาเป็นอาชญากรที่ร่ำรวย ช่วงต้นของยุค 90 ทรัพย์สินของเขาได้รับการประเมินว่ามีอยู่ถึง 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 55,000 ล้านเหรียญในปัจจุบัน ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในคนที่รวยที่สุดในโลก เขาได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งโคเคน” เอสโกบาร์เป็นคนที่มีเสน่ห์และเป็นที่นิยมของประชาชน เขาเคยมีส่วนร่วมในการเมืองของโคลอมเบียแม้ว่ามันจะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ในช่วงจุดสูงสุด แก๊งของเขาครอบครองตลาดโคเคนในสหรัฐอเมริกาถึงประมาณ 80% ซึ่งตีเป็นมูลค่ามากกว่า 21,900 ล้านเหรียญต่อปี

ช่วงที่เอสโกบาร์นั่งบัลลังก์ของราชายาเสพติด ยาของเขาได้ทำให้กลุ่มประเทศในอเมริกาใต้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ราวกับตกนรกทั้งเป็นอยู่ถึง 2 ทศวรรษ และมันก็ทำให้เอสโกบาร์กลายเป็นอาชญากรที่ทั่วโลกต้องการตัวมากที่สุด จากลูกชาวนา สู่เศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 7 ของโลก ความโหดเหี้ยมของเขาทำให้ผู้คนตายไปมากกว่า 3 พันคน มันจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสักเท่าไรที่เรื่องราวของเขาจะได้รับการถ่ายทอดผ่านสารคดี ภาพยนตร์ และทีวีมาหลายต่อหลายครั้งนับตั้งแต่การตายของเขาในธันวาคม ปี 1993

 

มุมมองใหม่

“เรื่องราวของ Loving Pablo เริ่มขึ้นในช่วงที่ ปาโบล เอสโกบาร์ เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ” บาร์เด็มกล่าว “แต่ในขณะนั้น ไม่มีผู้ใดที่ทราบว่าเขาได้เงินมาโดยวิธีไหน เขาได้พบกับเวอร์จิเนีย เขากลายเป็นผู้ที่มีหน้ามีตาทางสังคมผ่านความสัมพันธ์ของเธอ ผู้คนในโคลอมเบียต้องการความช่วยเหลือ และเขาก็ได้กลายเป็นความช่วยเหลือที่ประชาชนต้องการ เขาต้องการบริหารประเทศ เขาต้องการการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่ทุกอย่างที่กล่าวมานั้นมีความทะเยอทะยานของเขาแฝงเร้นอยู่ ไม่มีใครคนไหนที่ล่วงรู้ถึงจุดประสงค์ของเขา จนกระทั่งทุกอย่างได้สายเกินไป และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ของเรา มันคือเรื่องราวของคนที่อยู่ข้างเอสโกบาร์ และรับรู้ว่าเขาได้กลายเป็นคนแบบไหน”

 “เรานำเสนอเรื่องของเอสโกบาร์ในมุมมองที่แปลกใหม่” เฟอร์นันโดกล่าว “ผมได้อ่านเรื่องราวที่บันทึกเอาไว้ อ่านข่าวและเอกสารที่มีการเปิดเผย เวอร์จิเนียเป็นผู้หญิงที่ใกล้ชิดกับเอสโกบาร์มาก เธอมีอิทธิพลต่อจิตใจ การทำงาน ความคิด และการกระทำของเขา ผมคิดว่าในสายตาของเอสโกบาร์ เธอเป็นคนที่เขาสามารถไว้วางใจได้ เป็นคนใกล้ชิด เป็นคนที่เขาสามารถระบายความในใจออกมาได้อย่างหมดเปลือก มันทำให้เธอกลายเป็นตัวละครพิเศษที่ทำให้เรื่องราวของเรามีมุมมองที่แปลกใหม่”

 

ปาโบล และ เวอร์จิเนีย

ราชายาเสพติดอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์ และ นักข่าวผู้กลายเป็นกระบอกเสียงกระจายข่าวการคอรัปชั่นของรัฐบาล ทั้งสองได้สร้างสายสัมพันธ์ความรักขึ้นมา มันคือความรักที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง

บาร์เด็มกล่าวว่า “เราตีแผ่เรื่องราวของ ปาโบลและเวอร์จิเนีย ในส่วนที่เป็นความจริง ไม่ใช่มุมมองที่หนังทั่วไปชอบใช้ เราไม่ได้ตัดส่วนร้ายของพวกเขาออก เราพยายามทำความเข้าใจเหตุผลในการกระทำของปาโบล และเหตุผลของเวอร์จิเนียที่เธอให้การสนับสนุนเขาในช่วงแรก ผมคิดว่าความรักเป็นสิ่งที่ไม่ตาย และความรักนี้ก็จะเป็นจุดที่ผู้ชมทุกคนสามารถเข้าถึงได้”

“นี่คือเหตุผลว่าทำไมพวกเราถึงใช้ชื่อ Loving Pablo และเป็นสาเหตุที่ทำไมเราถึงเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของเวอร์จิเนีย ผ่านสายตาของคนที่มีความรักต่อปาโบลในฐานะชายคนหนึ่ง และมันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเธอได้ค้นพบว่าจริง ๆ แล้วชายที่เธอตกหลุมรักเป็นคนแบบไหน สิ่งที่ทำให้หนังของเราแตกต่างไปจากหนังเรื่องอื่น ๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวของ ปาโบล เอสโกบาร์ คือ ความสัมพันธ์ของเขากับนักข่าวสาว เวอร์จิเนีย วาเยโฮ ผู้เป็นชู้รักของเขา มันไม่ได้เป็นแค่ความสัมพันธ์แบบกายสัมผัส แต่มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น”

บาร์เด็มกล่าวเสริม “หนังเรื่องนี้จะดึงดูดผู้คนด้วยสิ่งที่พวกเขาสามารถสื่อได้ พวกเราทุกคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน พวกเราทุกคนมีโอกาสที่จะกลายเป็นเอสโกบาร์ได้อย่างเท่าเทียมกัน หนังเรื่องนี้จะพูดถึงความรักของ ปาโบล เอสโกบาร์ ในช่วงที่เขายังมีชีวิต เรามีฉากแอคชั่นหลายฉากที่จะทำให้คุณรู้สึกระทึก แต่โดยหลักแล้ว หนังของเราจะเน้นไปในเรื่องของความสัมพันธ์ ความรัก ความเกลียดชัง ความทะเยอทะยาน ความเจ็บปวด และความปิติยินดี”

 

นักแสดง

Loving Pablo คือหนังที่ทำให้สองดารา บาร์เด็ม และ ครูซ โครจรมาพบกันอีกครั้ง พวกเขาทั้งสองเป็นสามีภรรยานักแสดงชาวสเปน เจ้าของรางวัลออสการ์ ครูซได้รับรางวัลของเธอในสาขานักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยมจากผลงานปี 2008 ของวูดดี้ อัลเลน “Vicky Cristina Barcelona” ส่วนบาร์เด็มได้รับรางวัลออสการ์ของเขาในสาขานักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยมจากผลงานของสองพี่น้องโคเอน ปี 2009 “No Country for Old Men” นอกจากนั้นพวกเขาทั้งสองยังได้แสดงร่วมกันใน “The Counselor” จากการกำกับของ ริดลีย์ สก็อตต์ และแสดงร่วมกันครั้งแรกในผลงานของผู้กำกับ บิกัส ลูนาร์ “Jamon, Jamon”

บาร์เด็มเผยว่า “ครั้งแรกที่ผมได้อ่านหนังสือของเวอร์จิเนีย ผมได้นึกถึงเพเนโลเป้เป็นคนแรกที่เหมาะสมกับการมารับบทบาทนี้ นั่นเป็นเพราะผมรู้ว่าเธอสามารถดึงสเน่ห์ของตัวละครนี้ออกมาสู่สายตาผู้ชมได้อย่างแน่นอน การทำงานร่วมกับเธอนั้นเป็นสิ่งที่วิเศษมาก เธอเป็นนักแสดงที่มีความสามารถ และเราก็พยายามแข่งกันว่าใครจะแสดงได้ดีกว่ากันเสมอ เรารู้ว่าพวกเราจะแสดงอย่างไรให้เข้าขากัน และเรามักจะลองสิ่งใหม่ ๆ ตลอด องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้พวกเรามีความมั่นใจในการแสดง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่วิเศษมาก”

เฟอร์นันโด (ผู้กำกับ/เขียนบท) รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับครูซ “ผมไม่ค่อยแปลกใจนะ เพราะผมรู้แก่ใจอยู่แล้วว่าเธอเป็นนักแสดงหญิงมากฝีมือ ผมอยากร่วมงานกับเธอสักครั้งอยู่แล้วครับ และก็เป็นโอกาสดีที่เราได้ร่วมงานกันจริง ๆ ในหนังเรื่องนี้ เธอเป็นนักแสดงในอุดมคติสำหรับตัวละครนี้ ผมไม่คิดว่าจะมีคนอื่นที่จะสามารถแสดงได้ดีเท่าเธอเลย ผมมีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกับเธอ การได้เห็นพัฒนาการของฉากแต่ละฉากนั้นสร้างความพึงพอใจให้กับผมเป็นอย่างมาก เพเนโลเป้นำเสนอเวอร์จิเนียในรูปแบบของผู้หญิงที่ผสมผสานระหว่างความอ่อนแอและความเข้มแข็งในแบบฉบับเฉพาะตัว ถึงแม้ว่าเธอก็คือหนึ่งในเหยื่อ เธอก็เป็นคนที่เดินเข้าไปหาเอสโกบาร์ด้วยขาของตัวเอง ผมคิดว่าตัวละครที่เพเนโลเป้สร้างขึ้นมานั้นมีความถูกต้องและแม่นยำตรงตามความเป็นจริงมากครับ”

ฮาร์เวีย บาร์เด็ม เป็น ปาโบล เอสโกบาร์

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักแสดงคนแรกที่เปลี่ยนแปลงตัวเองจนถึงขีดสุดเพื่อรับบทในภาพยนตร์ โดยเฉพาะกับบทของตัวละครที่ผู้ชมรู้อุปนิสัยและหน้าตาดีอยู่แล้ว บาร์เด็มก็ได้ทำหน้าที่ของเขาในจุดนี้อย่างเต็มความสามารถ เขากล่าวว่า “เพื่อรับบทเอสโกบาร์ ผมต้องเตรียมการสองอย่าง อย่างแรกคือศึกษาท่าทางการแสดงออกของเขา และอีกอย่างคือสำเนียงและวิธีการพูด พวกมันคือส่วนที่จำเป็นและสำคัญ ผมต้องศึกษาวิธีการพูด วิธีการขยับตัว และวิธีที่เขาใช้สายตามองคนอื่น”

            “สัตว์ที่ ปาโบล เอสโกบาร์ ชื่นชอบคือ ฮิปโป ซึ่งเป็นสัตว์ที่ดุร้ายมากที่สุดในแอฟริกา” บาร์เด็มกล่าว “ผมพบว่ามันน่าสนใจมาก คุณลองจินตนาการเขาเป็นฮิปโปดู เรามักจะเห็นพวกมันเดินอย่างช้า ๆ มันดูไม่เหมือนกับสัตว์ดุร้าย แต่มันก็คือนักฆ่า ปาโบลชอบพวกมันก็เพราะว่าเขาเองก็เป็นเช่นนั้น รูปลักษณ์ภายนอกของเขาไม่ใช่คนป่าเถื่อน เขาไม่ใช่คนเดินเร็ว แต่เขาก็พร้อมที่จะกลายเป็นปีศาจร้ายได้ทุกเมื่อ”

นอกจากนี้เขายังกล่าวเสริมอีกว่า “ผมอยากจะเจาะลึกลงไปในความดีและความชั่ว สมดุลย์ระหว่างความเป็นมนุษย์และอสูรกาย และดูว่าความโลภจะทำให้พบกับจุดจบแบบไหน อะไรคือสิ่งที่อยู่ในหัวของเอสโกบาร์ อะไรทำให้เขาก่อกรรมทําเข็ญไปทั่ว แต่ก็ยังมีจิตใจที่รักและเป็นห่วงครอบครัว เพื่อน และลูกน้องของเขา”

 

เพเนโลเป้ ครูซ เป็น เวอร์จิเนีย วาเยโฮ

เพเนโลเป้ ครูซ พูดเกี่ยวกับนักข่าวชาวโคลอมเบีย เวอร์จิเนีย วาเยโฮ ผู้เป็นอดีตคนรักของเอสโกบาร์ถึง 5 ปี เธอพักอาศัยอยู่ที่รัฐไมอามี่ เธอได้รับคำขู่ฆ่าต่าง ๆ นา ๆ หลังจากที่เธอเปิดโปงการคอรัปชั่นของเหล่าประธานาธิบดีและนักการเมืองหลายท่าน โดยเฉพาะพวกที่มีส่วนร่วมและรู้เห็นกับแก๊งค์ค้าโคเคน เธอได้รับการคุ้มครองจากหน่วยปราบปรามยาเสพติดให้มีสิทธิ์ลี้ภัยมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา พวกเขาต้องแอบนำตัวเธอออกมาจากโคลอมเบียเพื่อช่วยชีวิตเธอ แลกกับความร่วมมือกับศาลยุติธรรม “ฉันไม่เคยพบเธอค่ะ” ครูซกล่าว “แต่ฉันได้ศึกษาเธอจากบทสัมภาษณ์และรายการโทรทัศน์กว่า 800 ชั่วโมงของเธอ วาเยโฮเป็นทั้งนักข่าวและทีวีพรีเซนเตอร์ เธอเป็นคนที่สอนให้เอสโกบาร์รู้เกี่ยวกับการใช้สื่อเพื่อเจรจา การรับมือกับนักข่าว การปฏิบัติตนในที่สาธารณะ เธอได้กลายเป็นบุคคลสำคัญสำหรับเอสโกบาร์ในช่วงที่เขาเป็นนักการเมือง”

ครูซกล่าวว่า “เวอร์จิเนียช่วยทำให้ปาโบลค้นพบวิธีการที่เขาได้นำไปใช้กับชาวโคลอมเบีย เธอสอนวิธีการพูดในที่สาธารณะ สอนวิธีการชักจูงด้วยคำพูดเพื่อเรียกเสียงสนับสนุน ทำให้เขามีอำนาจมากยิ่งขึ้น เธอคบกับเขาในช่วงที่ทั้งคู่อายุสามสิบกว่า มันเป็นช่วงที่เขากำลังเข้าไปเล่นการเมือง และตอนนั้นเธอก็ไม่รู้เลยว่าอนาคตเธอจะต้องเจอกับอะไร”

 

ประเด็น

“หนึ่งในประเด็นที่เราเล่นในเรื่องนี้คือ ความหมายของคำว่า ‘พอ’” บาร์เด็มกล่าว “มาถึงจุดนี้แล้วพอหรือยัง มีอยู่ขนาดนี้แล้วพอหรือยัง อยากดีกว่าเดิม อยากเติบโตกว่านี้ อยากแข็งแกร่งกว่านี้ สภาพจิตใจของคนจะเป็นอย่างไรหากความต้องการเหล่านี้ไม่มีคำว่า ‘พอ’ และสำหรับปาโบล เขาไม่เคยพอ ความต้องการของเขาไม่มีที่สิ้นสุด เขาม่ีเครื่องมือและทรัพยากรเพรียบพร้อม และสิ่งเหล่านั้นก็จะเป็นตัวที่ทำลายเขาในที่สุด”

            “มีช่วงเวลาหนึ่งในหนังที่ปาโบลสูญเสียความรู้สึกผิดชอบชั่วดี มันเป็นฉากที่แสดงยากที่สุด เพราะคุณจะต้องอยู่ในสถานที่ที่คุณเอ่ยปากไม่ได้เลยสักนิด คุณพูดไม่ได้ว่าคุณคือใคร คุณจะทำอะไร คุณคิดอะไรอยู่ สำหรับนักแสดง การอยู่ในสถานการณ์นั้นนานๆ เป็นเรื่องที่อึดอัดมาก แต่มันก็ยังดีที่เมื่อคุณเสร็จ คุณก็สามารถปล่อยความรู้สึกนั้นออกไป คุณสามารถกลับบ้านได้ คุณไม่ใช่ตัวละครที่คุณแสดง ในช่วงที่เราแสดงนั้น เรารู้ว่าเราคือใคร ใครคือคนที่เราสวมบทบาท ตัวละครเหล่านั้นจะกลายเป็นกระจกที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเรา และมันก็จะทำให้เราได้เห็นส่วนต่าง ๆ ของตัวเรา”

บาร์เด็มเอ่ยว่า มีอีกประเด็นที่พวกเขาเล่นกันในภาพยนตร์ ‘ความกลัว’ “ความกลัว สิ่งที่ทำให้ทุกคนขาสั่น ทำให้ไม่มีใครสามารถพูดความจริงกับปาโบลได้ และนี่ก็คือจุดที่ทำให้หนังของเราสื่อถึงผู้ชมได้ เพราะพวกเราทุกคนล้วนแต่ถูกบังคับและควบคุม พวกเรากระเสือกกระสนต่อกรกับอำนาจที่เต็มไปด้วยความละโมบ กังนั้นเอสโกบาร์จึงมีอำนาจมากขึ้นเพราะเขาใช้ประโยชน์จากความกลัวเหล่านั้น”

การถ่ายทำในโคลอมเบีย

Loving Pablo คือผลงานความร่วมมือระหว่างบริษัทผลิตภาพยนตร์จากประเทศสเปนและบัลแกเรีย เปิดกล้องถ่ายทำในประเทศโคลอมเบียตั้งแต่ตุลาคม 2016 ผู้กำกับ/เขียนบท เฟอร์นันโด เรยอง เดอรานัวร์ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการถ่ายทำว่า “เราเลี่ยงการถ่ายทำที่ประเทศโคลอมเบียไม่ได้ เรามีเวลาเตรียมการถ่ายทำค่อนข้างจำกัด เราจึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้ไปถ่ายทำในสถานที่จริง การที่นักแสดงของเราได้ไปอยู่ในสถานที่จริงนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้เกิดขึ้นในวงการ บางฉากเราได้แค่ไปเยี่ยมสถานที่และค่อยนำไปจำลองฉากที่อื่น เราได้รับความช่วยเหลือด้านแง่มุมและข้อมูลท้องถิ่นจากทีมงานชาวโคลอมเบียเป็นอย่างมาก”

            “เฟอร์นันโด เพนเโลเป้ และผมโชคดีมากที่ได้ถ่ายทำกันในโคลอมเบีย สถานที่เหล่านั้นทำให้เราได้ซึมซับไปกับบรรยากาศของเรื่อง และการได้ไปอยู่ในสถานที่ทางประวัติศาสเหล่านั้นก็มีความหมายมาก” บาร์เด็มกล่าว “นอกจากนั้นเรายังได้มีโอกาสร่วมงานกับทีมงานฝั่งโคลอมเบีย พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่เต็มไปด้วยความสามารถและรู้จักเอาใจใส่ พวกเขาเติมรสชาติและความสมจริงให้กับภาพยนตร์”

 

ทีมสร้างและนักแสดง

ฮาเวียร์ บาร์เด็ม (ปาโบล เอสโกบาร์)

เขาคือนักแสดงสเปนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเวทีระดับนานาชาติ ฮาเวียร์ บาร์เด็ม นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ผู้มาพร้อมกับทักษะการแสดงอันหลากหลาย

ในเดือนพฤษภาคม 2017 บาร์เด็มปรากฏตัวใน “Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Tales” ซึ่งเป็นภาคที่ 5 ของแฟรนไชส์นี้ เขาแสดงเป็นกัปตันอาร์มันโด ซาลาซา ต่อมาเขาได้แสดงในหนังของ ดาเรน อาโรนอฟสกี้ “Mother!” ร่วมกับ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ในเดือนกันยายน 2017

บาร์เด็มได้ทำให้ผู้คนทั่วโลกต้องตกตะลึงด้วยผลงานของเขาในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ “Skyfall” ในฐานะวายร้ายอย่าง ราอูล ซิลวา เขาแสดงร่วมกับ แดเนียล เคร็ก และ จูดี้ เดนช์ การแสดงของเขาในเรื่องนี้ทำให้เขาได้รับคำชมเป็นจำนวนมาก และยังทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงทั้งรางวัล Critics Choice Movie Award และ Screen Actors Guild Award

ในปี 2008 บาร์เด็มได้คว้ารางวัลออสการ์ในสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม จากบทบาทของฆาตกรโรคจิตในผลงานของ โจเอล และ อีธาน โคเอน “No Country for Old Man” นอกจากนั้นเขายังได้รับรางวัลจากอีกหลายแห่ง อาทิ Globe Award, Screen Actors Guild Award และ BAFTA

 

เพเนโลเป้ ครูซ (เวอร์จิเนีย วาเยโฮ)

นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ เพเนโลเป้ ครูซ ได้พิสูจน์แล้วว่า เธอเป็นหนึ่งในนักแสดงที่สามารถเล่นได้หลากหลายบทบาท และเธอก็เป็นนักแสดงหญิงคนแรกของสเปนที่ได้รับการเสนอชื่อและคว้ารางวัลออสการ์มาได้

ผลงานชิ้นแรกของเธอที่ปรากฏต่อสายตาผู้ชมในอเมริกาคือ “Jamon, Jamon” และ “Belle Epoque” ในปี 1998 เธอได้สร้างผลงานเอาไว้มากมาย อาทิ “The Girl of Your Dreams”, “All the Pretty Horses”, “Woman on Top”, “Open Your Eyes”, “Twice Upon a Yesterday”, “Talk of Angels”, “Live Flesh”, “All About My Mother” และ “Vanilla Sky”

เธอได้มีโอกาสแสดงในภาพยนตร์ของ วูดดี้ อัลเลน “Vicky Cristina Barcelona” ร่วมกับ ฮาร์เวีย บาร์เด็ม และ สกาเล็ต โจแฮนสัน ผลงานของเธอในภาพยนตร์เรื่องนี้ส่งให้ได้เธอได้ไปขึ้นรับรางวัลออสการ์ BAFTA, NYFCC และ NBR Award ในปี 2009 ในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม

ในปี 2011 เธอได้มีโอกาสแสดงร่วมกับ จอห์นนี่ เดปป์ ในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ “Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides” ซึ่งเป็นภาคที่ 4 ของแฟรนไชส์นี้ และในปีเดียวกัน เธอได้แสดงในภาพยนตร์ของ วูดดี้ อัลเลน อีกครั้งใน “To Rome with Love”

ล่าสุดในปี 2017 เธอได้แสดงในภาพยนตร์ของค่าย 20th Century Fox “Murder on the Orient Express” ร่วมกับ จอห์นนี่ เดปป์, มิเชล ไฟเฟอร์, เดซีย์ ริดลีย์, ไมเคิล พีน่า และ จูดี้ เดนช์ ภายใต้การกำกับของ เคนเน็ธ บรานาห์

 

เฟอร์นันโด เรยอง เดอรานัวร์ (ผู้กำกับ/เขียนบท)

เฟอร์นันโดเป็นที่รู้จักดีในวงการภาพยนตร์จากผลงานเปิดตัวของเขา “Mondays in the Sun” นำแสดงโดย ฮาร์เวีย บาร์เด็ม และมันทำให้เขาได้รับรางวัลต่าง ๆ นา ๆ อาทิ Goya Awards, San Sebastian Film Festival และ Gramado Film Awards

เขาเป็นคนที่ศึกษาด้านศิลปะและการเขียนหนังสือมาตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก การศึกษาเหล่านั้นทำให้เขามีความสนใจด้านภาพยนตร์ เขาเริ่มจากการเขียนเรื่องสั้น และมันก็ทำให้เขาได้รับรางวัลมากมายจากท้องถิ่นที่เขาอาศัยอยู่ เขาได้ทำงานเป็นนักวาดให้กับบริษัทโฆษณา แต่ก็ได้ลาออกเพื่อตามความฝันตัวเองด้วยการเปลี่ยนอาชีพเป็นนักเขียนบทภาพยนตร์ ด้วยความช่วยเหลือจากอาจารย์สอนภาษาและการหมั่นศึกษาหาความรู้ เขาได้กลายเป็นนักเขียนบทให้กับรายการโทรทัศน์ หลังจากนั้นเขาได้มีโอกาสร่วมการผลิตภาพยนตร์ในฐานะผู้เขียนบทให้กับผู้กำกับ แอนโตนิโอ เดล เรียล และหลังจากนั้น เฟอร์นันโดได้เปิดตัวในฐานะผู้กำกับด้วยผลงานภาพยนตร์สั้น “Sirenas” ในปี 1994 ซึ่งทำให้เขาได้รางวัลมามากมาย

ภาพยนตร์ความยาวปกติเรื่องแรกของเขาคือ “Familia” ในปี 1996 ซึ่งเขาเป็นผู้เขียนบทเองด้วย “Mondays in the Sun” คือภาพยนตร์เรื่องที่ 4 ของเขา และในปี 2015 ภาพยนตร์ “A Perfect Day” นำแสดงโดย เบนิซิโอ เดล โทโร และ ทิม โรบินส์ ได้รับคัดเลือกให้ฉายในช่วง Directors’ Fortnight ของในเทศกาลหนังเมืองคานส์

 

มิเกล เมเนนเดส เดอ ซูบิลลากา (ผู้อำนวยการสร้าง)

เขาคือผู้อำนวยการสร้างชาวสเปนที่มีประสบการณ์ในวงการมามากกว่า 15 ปี ผลงานเด่นของเขามีอยู่มากมาย อาทิเช่น ภาพยนตร์แอคชั่นบล็อกบัสเตอร์ “Expendables 2” (ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน, อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์, เจสัน สเตทแธม, บรูซ วิลลิส) ภาพยนตร์ดราม่าเข้มข้น “The Paperboy” (นิโคล คิดแมน, แซค เอฟรอน) ภาพยนตร์ชีวประวัติ “Lovelace” (อแมนด้า ไซเฟร็ด, ชารอน สโตน)

ฮาร์เวียร์ บาร์เด็ม ในบทบาทของเจ้าพ่อยาเสพติด

ฮาร์เวียร์ บาร์เด็ม ในบทบาทของเจ้าพ่อยาเสพติด

“Loving Pablo” เขียนและกำกับโดย เฟอร์นันโด เรยอง เดอรานัวร์ (“Sabina”) สร้างจากหนังสือ Loving Pablo, Hating Escobar ที่เขียนโดย เวอร์จิเนีย วาเยโฮ อดีตภรรยานอกสมรสของปาโบล มันคือหนังที่บอกเล่าเรื่องราวความรุ่งโรจน์และการล่มสลายของอาณาจักรยาเสพติดที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด และผู้ที่จะมารับบทของราชาในอาณาจักรแห่งนี้จะเป็นคนอื่นไม่ได้ นอกเสียจาก ฮาร์เวียร์ บาร์เด็ม

ฮาร์เวียร์คือนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ผู้ใฝ่ฝันที่จะสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับเอสโกบาร์มานานนับทศวรรษ และเขาก็ยังทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างให้กับหนังเรื่องนี้ด้วย “Loving Pablo” คือภาพยนตร์เรื่องแรกที่เขาและ เพเนโลเป้ ครูซ ภรรยาในชีวิตจริงของเขาเล่นบนโรแมนติกด้วยกันนับตั้งแต่พวกเขาทั้งสองแต่งงานกัน เธอรับบทเป็น เวอร์จิเนีย วาเยโฮ นักประกาศข่าวผู้มีชื่อเสียงแห่งประเทศโคลอมเบีย

ภาพยนตร์เปิดตัวด้วยฉากลำลึกความหลังอันแสนหวานชื่นระหว่างเวอร์จิเนียกับเอสโกบาร์ ราชายาเสพติดผู้ครอบครองทรัพย์สินมูลค่านับพันล้านภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี เอสโกบาร์ได้พาแขกของเขาไปเยี่ยมชมสวนสัตว์ส่วนตัวของเขา เธอจำได้ว่าในเวลานั้นมันราวกับเธอต้องมนต์สะกด ข้างในนั้นมีสัตว์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ช้าง ยีราฟ หรือแม้แต่ฮิปโป ถึงแม้เธอจะรู้อยู่แก่ใจว่าเอสโกบาร์เป็นชายที่แต่งงานและมีลูกแล้ว เธอก็ไม่สามารถทนสเน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาได้เลย

เฟอร์นันโดอธิบายว่า สัตว์ที่ปรากฎภายในสวนสัตว์ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น บาร์เด็มได้สวมบทบาทเป็นเอสโกบาร์ ชายผู้มีหัวคิดด้านธุรกิจและเปี่ยมล้นไปด้วยความทะเยอทะยาน ในผลงานชิ้นนี้ เฟอร์นันโดได้เผยให้ผู้ชมทุกคนเห็นถึงอีกมุมหนึ่งของ ปาโบล เอสโกบาร์ ที่ไม่เคยมีใครเห็น

อย่างเช่นมุมของเขาในฐานะสมาชิกสภาโคลอมเบีย ด้วยความฉลาดแกมโกงของเขา เอสโกบาร์ได้ยื่นมือให้ความช่วยเหลือแก่เหล่าคนยากไร้ที่ไม่มีใครในรัฐบาลเคยให้ความช่วยเหลือ เฟอร์นันโดได้ถ่ายทอดพฤติกรรมหลายอย่างของเอสโกบาร์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เส้นสาย การใช้ทรัพย์สินเงินทองเพื่อสร้างบ้าน คฤหาสน์ สนามฟุตบอล แม้แต่การนำน้ำและกระแสไฟฟ้าให้เข้าถึงผู้ยากไร้ภายในประเทศ

“Loving Pablo” คือหนึ่งในภาพยนตร์แนวแก๊งสเตอร์ที่เยี่ยมยอดที่สุดเรื่องหนึ่ง ฉากหลาย ๆ ฉากได้กลายเป็นหนึ่งในภาพที่จะทำให้ทุกคนนึกถึงเวลาที่ผู้ชมคิดถึงหนังแนวแก๊งสเตอร์ อย่างเช่นฉากเครื่องบินเจ็ทลำเลียงยาเสพติดร่อนลงกลางถนน การตั้งค่าหัวให้ตำรวจและผู้พิพากษา ติดอาวุธให้เด็กข้างถนนเพื่อให้พวกเขากลายเป็นนักล่าค่าหัว หรือแม้แต่คุกที่รัฐบาลยินยอมให้เขาสร้างเพื่อจองจำตัวเอง ภายในนั้นมีทั้งบาร์ อ่างจากุซซี่ น้ำตก และสนามฟุตบอล ถึงแม้ว่าเขาจะแหกคุกหลังนี้ที่เขาสร้างเองออกมาก็ตามที

 

เกร็ดสาระ

  • สารคดีโทรทัศน์เกี่ยวกับเอสโกบาร์ Los tiempos de Pablo Escobar (2012), The True Story of Killing Pablo (2002)
  • ฮาเวียร์ บาร์เด็ม และ เพเนโลเป้ ครูซ คือคู่สามีภรรยาที่เล่นหนังด้วยกันมาแล้วถึง 9 เรื่อง
    • Jamón Jamón (1992)
    • Love Can Seriously Damage Your Health (1996)
    • Not Love, Just Frenzy (1996)
    • Live Flesh (1997)
    • Don’t Tempt Me (2001)
    • Vicky Cristina Barcelona (2008)
    • The Counselor (2013)
    • Loving Pablo (2017)
    • Everybody Knows (2018) (พึ่งฉายที่คานส์)
  • ถึงแม้จะไม่ได้เล่นด้วยกัน แต่ทั้งคู่ก็ปรากฎในแฟรนไชส์ Pirates of the Caribbean ทั้งคู่
    • ฮาเวียร์: Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Tales
    • เพเนโลเป้: Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides
  • “Loving Pablo, Hating Escobar” คือหนังสือขายดีที่เขียนโดย เวอร์จิเนีย วาเยโฮ ตัวจริง ตีพิมพ์ครั้งแรกผ่านสำนักพิมพ์ Random House Mondadori วันที่ 22 ก.ย. 2007 ที่ประเทศสเปน ผ่านการแปลจากภาษาสเปนถึง 15 ภาษา (Ref)
  • หนังอำนวยการสร้างโดย เอ็ด คาเทล เดอะเธิร์ด (Olympus Has Fallen) บริหารการสร้างโดย อาวิ เลอร์เนอร์ Olympus Has Fallen, London Has Fallen, The Expendables)
Facebook Comments
Don`t copy text!