ใหม่ ดาวิกา ร้องเพลงช้าง ชวนคนไทย #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง กับองค์กรไวล์ดเอด และกรมอุทยานฯ

ใหม่ ดาวิกา ร้องเพลงช้าง ชวนคนไทย #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง กับองค์กรไวล์ดเอด และกรมอุทยานฯ

ใหม่ ดาวิกา ร้องเพลงช้าง ชวนคนไทย #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง กับองค์กรไวล์ดเอด และกรมอุทยานฯ

กรุงเทพมหานคร (5 ตุลาคม 2561) – องค์กรไวล์ดเอด (WildAid) เปิดตัวคุณใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ นักแสดงชื่อดัง เป็นทูตด้านช้างคนล่าสุดขององค์กร พร้อมโฆษณารณรงค์ที่มีคุณดาวิกานำแสดง และร่วมร้องเพลงช้าง เพลงที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี เพื่อชวนทุกคนหยุดซื้อ หยุดใช้ และหยุดรับผลิตภัณฑ์งาช้าง ภายใต้โครงการรณรงค์ #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง โดยมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สนับสนุนงานรณรงค์ลดความต้องการผลิตภัณฑ์งาช้าง ร่วมกับองค์กรไวล์ดเอด

“ช้าง เป็นสัตว์ที่มีความสำคัญและเป็นที่รักของคนไทยมาโดยตลอด ทุกๆ คนรวมทั้งใหม่ เติบโตมากับเพลงช้าง ใหม่ว่ามันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ความต้องการซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์งาช้างทุกวันนี้ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชากรช้างโลกโดยเฉพาะในทวีปแอฟริกาลดลงอย่างต่อเนื่อง” คุณดาวิกา กล่าว

ใหม่ ดาวิกา ร้องเพลงช้าง ชวนคนไทย #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง กับองค์กรไวล์ดเอด และกรมอุทยานฯกรุงเทพมหานคร (5 ตุลาคม 2561) –…

โพสต์โดย Maganetthailand.com เมื่อ วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2018

ทุกปี มีช้างมากถึง 33,000 ตัวถูกฆ่าเพื่อเอางา แม้แนวโน้มการฆ่าช้างแอฟริกันจะลดลงจากจุดสูงสุด เมื่อปี พ.ศ.2554  แต่จำนวนช้างที่ถูกฆ่ายังอยู่ในระดับสูงเมื่อดูภาพรวมทั้งทวีป และประชากรช้างแอฟริกา ยังคงมีแนวโน้มลดลงเมื่อดูจากจำนวนในปี พ.ศ.2559

ใหม่ ดาวิกา ร้องเพลงช้าง ชวนคนไทย #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง กับองค์กรไวล์ดเอด และกรมอุทยานฯ

ขณะที่ผลการวิจัยผู้บริโภคผลิตภัณฑ์งาช้างของโครงการยูเอสเอด ไวล์ดไลฟ เอเชีย ซึ่งเปิดเผยเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ระบุว่า ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งซื้อผลิตภัณฑ์งาช้างเพื่อเป็นของขวัญ ในวาระต่างๆ และผลิตภัณฑ์งาช้างที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ เครื่องประดับ และอัญมณี ผู้โดยหญิงเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักที่ซื้อผลิตภัณฑ์ประเภทดังกล่าวเพราะเชื่อว่าสวยงาม แต่จริงๆแล้ว งาควรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตช้างเท่านั้น

 

“ใหม่อยากให้ทุกคนมองความสวยงามของงาช้างเสียใหม่ ว่างาจะสวยเมื่ออยู่กับช้าง งาช้างไม่ใช่เครื่องประดับเพื่อแสดงถึงความงามหรือแฟชั่นอีกต่อไป”  คุณดาวิกากล่าวเสริม

 

โฆษณารณรงค์ชิ้นล่าสุดขององค์กรไวล์ดเอดดำเนินเรื่องด้วย ‘เพลงช้าง’ เพลงที่คนไทยรู้จักกันอย่างดี โดยในเรื่องมีคุณดาวิกาพาเด็กๆ เดินหาช้าง แต่แล้วเสียงร้องอันสดใสของเด็กๆ ก็ได้เปลี่ยนเป็นเสียงของความโหดร้ายของนายพราน ที่ต้องการฆ่าช้างเพื่อเอางา ปิดท้ายที่คุณดาวิกาพูดว่า “งาจะสวยเมื่ออยู่กับช้าง”

 

ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติของไทย การอนุรักษ์และปกป้องช้าง จึงถือเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นสิ่งที่ ปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนาน รัฐบาลไทยดำเนินมาตรการหลายอย่าง เพื่อคุ้มครองช้างและแก้ปัญหา การค้างาช้างผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เมื่อปี 2558 ไทยออกพระราชบัญญัติงาช้าง เพื่อควบคุมตลาดค้างาช้างถูกกฎหมาย ที่มาจากช้างบ้านของไทยที่เป็นช้างเอเชียเท่านั้น และรัฐบาลยังได้แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 กำหนดให้ช้างแอฟริากันเป็น 1 ในสัตว์คุ้มครองของไทยมีผลห้ามการซื้อขายหรือครอบครอง งาช้างแอฟริกัน และตั้งแต่พระราชบัญญัติงาช้างมีผลบังคับใช้ จนถึงปัจจุบัน มีร้านค้างาช้างจำนวน 100 ร้าน (47%) จาก 215ร้าน ได้แจ้งยกเลิกการค้างาช้างด้วยความสมัครใจ และการซื้อขายงาช้างถูกกฎหมายที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ก็ลดลงไปร้อยละ 58 เปรียบเทียบกับกลางปี 2559

 

“ประเทศไทยมุ่งมั่นในการปราบปรามการค้างาช้างผิดกฎหมายมาโดยตลอด เราเชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมาย และการลดความต้องการผลิตภัณฑ์งาช้างจำเป็นต้องดำเนินการ ควบคู่กันไป เพื่อให้การปราบปรามได้ผลมากที่สุด เราหวังว่าความร่วมมือกับองค์กรไวล์ดเอดเพื่อลดความต้องการผลิตภัณฑ์งาช้าง ผ่านโครงการรณรงค์ ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง จะเป็นการยืนยันเจตนารมณ์ และความมุ่งมั่นของไทยที่จะป้กป้องช้างไทย และขยายผลไปถึงการปกป้องช้างโลกต่อไป” นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าว

 

โฆษณา ‘เพลงช้าง’ ถือเป็นสื่อรณรงค์ภายใต้โครงการ ‘ไอวอรี่ ฟรี’ (Ivory Free) ขององค์กรไวล์ดเอด ที่ได้ดำเนินโครงการรณรงค์เพื่อลดความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์งาช้างมาตั้งแต่ปี 2547 ทั้งในสหรัฐฯ จีน ฮ่องกง และเริ่มกิจกรรมรณรงค์ในไทยตั้งแต่ 3 ปีที่ผ่านมา

 

“บทบาทใหม่ของคุณดาวิกาในฐานะทูตด้านช้าง ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง  เพราะยิ่งคนไทยรับรู้ถึงผลกระทบ ที่เกิดจากการซื้อการใช้ผลิตภัณฑ์งาช้างมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะไม่อยากเกี่ยวข้องกับเบื้องหลังการค้า อันโหดร้ายมากเท่านั้น การได้รับการสนับสนุนจากคุณดาวิกา หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงพันธมิตรสื่อมวลชน เป็นสิ่งสําคัญอย่างมาก เพื่อที่จะทำให้การ #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง เป็นวิถีใหม่ของคนในสังคม ร่วมกันเปลี่ยนมุมมองที่มีต่องาช้างและปกป้องช้างโลกไปด้วยกัน เพราะหยุดซื้อ คือ หยุดฆ่า” นายจอห์น เบเกอร์ ผู้อำนวยการโครงการรณรงค์ องค์กรไวล์ดเอด กล่าว

 

องค์กรไวล์ดเอดเตรียมเผยแพร่โฆษณารณรงค์ ‘เพลงช้าง’ รวมถึงสื่อประเภทบิลบอร์ดของคุณดาวิกา ไปยังสื่อหลายประเภททั้งโซเชียล มีเดีย สนามบินสุวรรณภูมิ และได้รับความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์ หลายช่องให้ความอนุเคราะห์เวลาออกอากาศ

ใหม่ ดาวิกา ร้องเพลงช้าง ชวนคนไทย #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง กับองค์กรไวล์ดเอด และกรมอุทยานฯ

นอกจากนั้น ภายในงานที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 ตุลาคม ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับประชากรช้างโลก พร้อมกิจกรรมสนุกๆ สำหรับทุกคนในครอบครัวจากลุ่มเนเจอร์ เพลิน (Nature Play and Learn Club) เพื่อให้ทุกคนรู้จัก เรียนรู้ และรักช้างมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

POPULAR THAI ACTRESS AND STYLE ICON DAVIKA HOORNE SAYS NO TO IVORY IN WILDAID CAMPAIGN

                      POPULAR THAI ACTRESS AND STYLE ICON DAVIKA HOORNE SAYS NO TO IVORY IN WILDAID CAMPAIGN

BANGKOK (05th October 2018) —  As part of its Ivory Free campaign, WildAid launched a new video and billboard series in Thailand featuring leading actress and international fashion icon, ‘Mai’ Davika Hoorne, with an endorsement from Thailand’s Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation.

POPULAR THAI ACTRESS AND STYLE ICON DAVIKA HOORNE SAYS NO TO IVORY IN WILDAID CAMPAIGN

Davika, known as one of the most successful actresses of her generation and representing Thailand at Milan and Paris Fashion Week, has a deep affinity for elephants: “Elephants are close to all Thai people’s hearts as everyone grew up with the children’s song called the ‘Elephant Song.’ It saddens me to learn that today the human demand for ivory is the leading cause of a declining elephant population in Africa,” said Davika.

 

Every year up to 33,000 African elephants are killed so their ivory can be made into everything from decorative items to trinkets. The International Union for Conservation of Nature (IUCN) estimates that the population of African elephants has declined by 111,000 in a 10-year period. While the overall trend of African elephant poaching shows a decline from a peak in 2011, they are still at levels too high when viewed continent-wide.

 

According to USAID Wildlife Asia’s June 2018 study, Research on Consumer Demand for Ivory and Tiger Products in Thailand, ivory is perceived as the “perfect gift,” and ivory accessories and jewelry remain popular with female consumers because of its perceived beauty and attractiveness.

 

“I urge all Thais to be ivory free and no longer use accessories and jewelry made from ivory to define beauty or fashion. Ivory belongs to elephants and is beautiful only on elephants,” added Davika.

 

The campaign includes a new video message inspired by an iconic children’s song known to most Thai citizens, the Elephant Song. In the video, Davika sings a new version of the song while leading a group of children to see elephants in the wild. The video concludes with the message: “Ivory is beautiful only on elephants.”

 

There is considerable national pride and heritage associated with protecting elephants. In 2015, the Thai government enacted strong regulations to control the ivory trade, including introducing the Elephant Ivory Act and prohibiting the domestic sale of African elephant ivory by listing the African elephant as a protected species in Thailand. Since the ivory act was introduced, 47% of all traders (100 in total) voluntarily filed to revoke their licenses until now. Thailand has also seen a 58% decrease in sales of registered ivory items compared to mid-2016.

 

“Thailand is committed to tackling the illegal ivory trade and we believe that to completely end it, law enforcement and reducing demand among consumers must go hand in hand. We hope that our partnership with WildAid to reduce consumer demand through the Ivory Free campaign will prove that we will keep up our fight to protect the world’s elephants,” said Pinsak Suraswadi, Deputy Director General to Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation, Thailand.

 

The Davika video launch is part of a broader effort by WildAid’s Ivory Free campaign, which aims to reduce demand for ivory in the United States, mainland China, Hong Kong and Thailand. There are signs the public awareness campaign is working. The price of ivory has declined by 70% in mainland China and Hong Kong, from $2,100 per kilo to around $500 per kilo. China, once the world’s largest ivory market, banned all domestic ivory sales in 2017.

 

“Mai Davika so eloquently expresses an important message, and the more people learn about the impacts of using ivory products, the less they will want to take part in this cruel trade. With help from such influential voices, government agencies, corporate and media partners, we aim to establish a new societal norm around ivory and protecting elephants. Together, we can end the demand for ivory and save dwindling elephant populations, because when the buying stops, the killing can too,” said John Baker, Chief Program Officer, WildAid.

 

The public service announcement and print billboards will be widely distributed throughout Thailand, including Suvarnabhumi Airport in Bangkok, several national television channels and multiple social media platforms.

 

The campaign and WildAid ambassador launch was held at CentralWorld Department Store alongside an exhibit showcasing the threat to elephants from the illegal ivory trade as well as the importance of reducing demand for ivory products. The exhibit is running 5th-6th October 2018 and includes edutainment activities from Nature Play and Learn Club.

Facebook Comments
Don`t copy text!